เจ้าของฉายาดาวเด่นสภาฝีปากคมกริบ “ชลน่าน ศรีแก้ว” เปิดใจกับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ถึงความพร้อมก่อนอภิปรายคุณสมบัติรัฐมนตรี ในวันแถลงนโยบายรัฐบาล 7 พรรคผนึกกำลังกว่า 50 คนจัดเต็มที่ ส่วนตัวจองแล้ว ซักฟอก “ประยุทธ์-อุตตม”

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
วันนี้ (22 ก.ค. 62) นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส.ส.จังหวัดน่าน เขต 2 ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ถึงความพร้อมอภิปรายคุณสมบัติรัฐมนตรี ในวันที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ว่า พยายามพร้อมเต็มที่ถึงแม้ว่า คำแถลงนโยบายเพิ่งได้รับทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เมื่อวานนี้จะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกเลย
เหมือนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขียนกว้างๆ เช่น ปราบยาเสพติดแต่ไม่มีรายละเอียดเหมือนนโยบายสมัยเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ต้องนำนโยบายที่ไปสัญญากับประชาชนไว้มาทำเป็นนโยบายรัฐบาลคืนกลับสู่ประชาชน แต่คำแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดไม่มี เช่นเดียวกับกัญชาเสรีและการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังนั้นฝ่ายค้านต้องอาศัยข้อเท็จจริงที่มีเป็นตัวตั้งในการอภิปราย
ซึ่งหลักการสำคัญ เราอภิปรายแสดงความคิดความเห็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ไม่มีการลงมติใดๆ รัฐสภาจะให้ความเห็น ครม.จะรับไปทำอย่างไรก็ไม่ได้มีข้อผูกมัด แต่เพื่อให้ประชาชนรับทราบว่ารัฐบาลจะทำอะไรให้บ้าง ย้ำไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นการอภิปรายคุณสมบัติความรู้ความสามารถของรัฐมนตรีจะมีขอบเขต เพราะการจะทำให้นโยบายสำเร็จขึ้นอยู่กับผู้กำหนดและผู้กำกับดูแลนั่นคือตัวรัฐมนตรี
วางตัวคิวอภิปราย
นพ.ชลน่าน บอกว่า สมาชิกพรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายคุณสมบัติรัฐมนตรีเป็นกลุ่มๆ แบ่งเป็น 6 กลุ่มแต่ละกลุ่มก็จะไปจัดคนกัน พรรคเพื่อไทยก็ไม่ก้าวล่วงพรรคอื่นๆว่าใครจะต้องอภิปรายใคร ซึ่ง 6 กลุ่ม ได้แก่
1.การเมือง กฎหมาย หลักธรรมาภิบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2.เศรษฐกิจ
3.ความมั่นคง สิทธิเสรีภาพของประชาชน
4.สังคม การสาธารณสุข ยาเสพติด
5.การศึกษา
6. กระจายอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“สมมุติกลุ่มเศรษฐกิจพูดขึ้นมาเขาจะยก อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเป็นการอภิปรายให้เหตุผลว่า อุตตมไม่มีความรู้ความสามารถไม่มีความเหมาะสมเพียงพอที่จะมาเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย หรือผู้กำกับนโยบายให้ประสบผลสำเร็จได้ เขาไม่มีความเชื่อมั่น เช่นคุณสมบัติต่างๆ ที่ปรากฎตามชื่อสื่อ… แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปบอกว่า อุตตมผิดอย่างโน้นอย่างนี้
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็เหมือนกัน ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องลักษณะต้องห้ามความเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หยิบขึ้นมาอภิปรายได้ในกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาล เช่น ลักษณะต้องห้ามของพลเอกประยุทธ์ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นไปตามคำร้อง พลเอกประยุทธ์ก็สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีจากมาตรา 170 ทันที เมื่อพลเอกประยุทธ์สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีความเป็นนายกรัฐมนตรีก็สิ้นสุดด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือนโยบายที่แถลงเอาไปปฏิบัติไม่ได้เลย สมาชิกเขาก็ต้องวางข้อห่วงใยไว้ เขาอาจจะตอบว่าไม่เป็นไรเลือกนายกฯ ใหม่ก็ไม่ว่ากัน แต่เราจะชี้ว่าทำไมไม่รอบคอบทำให้บ้านเมืองเสียเวลาเสียงประโยชน์ทำไม” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว
นพ.ชลน่าน ยอมรับว่า พลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร วงษ์สวุรรณ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นหลุมดำของรัฐบาลที่ฝ่ายค้านมองว่าคุณสมบัติไม่ได้เลยประชาชนจะหวังอะไร ต่างชาติจะเชื่อมั่นได้อย่างไร และจะชี้ให้เห็นถึงการเขียนนโยบายที่เขียนเป็นร้อยแก้วนั้นเงินจะนำมาจากไหน หากบอกว่าจากงบประมาณ แต่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่น นโยบายมารดาประชารัฐจะใช้เงินต่อคนต่อปีเท่าไหร่ จะปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท เอาเงินมาจากไหน ที่มาของรายได้ที่เอาใช้ถ้าไม่แจง ถือว่าเจตนาทำขัดรัฐธรรมนูญ
14 รัฐมนตรีที่เป็นเป้าหมายในการอภิปรายครั้งนี้
- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
- นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี









