รหัสทางวัฒนธรรมใหม่ หรือ New Culture Code ถูกขนานนามว่าเป็นตัวตนของเจนซีในปี 2026 ซึ่งในรายงานเจาะเทรนด์โลก 2026 โดย TCDC ได้นำเสนอว่า เจนซีแบ่งตัวเองออกเป็น 2 โหมด
โหมดแรกคือ Dark Mode หรือโหมดออฟไลน์ เพื่อใช้เวลากับพื้นที่ส่วนตัวในกิจกรรมที่ปล่อยจอย ซ่อนรสนิยมความชอบที่แตกต่าง เสพความหรูหรา และนำเสนอความโดดเด่นไว้ให้เห็นเฉพาะเพื่อนที่รู้ใจในคอนเซ็ปต์ OIYK (Only If You Know)
โหมดที่สองคือ Chronically Online หรือโหมดออนไลน์แบบตะโกน โดยเห็นความจำเป็นของโซเชียลมีเดียที่เสมือนเครื่องมือกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ และวิถีธรรมดาที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไม่รู้สึกเขินอาย
อ้างอิงรายงานจาก NielsenIQ เผยพฤติกรรม “Spend Z” การใช้จ่ายของเจนซีที่มีอิทธิพลต่อตลาดค้าปลีก โดยเฉพาะสินค้าหมวดอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน (Consumer Packaged Goods: CPG) สินค้าหมวดเทคโนโลยีและสินค้าคงทน (Technology & Durable Products: T&D) ที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์และสามารถถอดรหัสความลึกซึ้งของเจนซีในฐานะลูกค้าคนสำคัญ จะกลายเป็นแบรนด์ที่ไปต่อได้ในช่วงวัยผู้ใหญ่ของเจนซี โดยคาดว่าศักยภาพการใช้จ่ายนี้จะสูงถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
[ ความเคลื่อนไหวของไลฟ์สไตล์เจนซี ]
แม้จะเป็นวัยที่มีรายได้เป็นของตนเอง แต่เจนซีหลายคนยังคงอาศัยอยู่กับครอบครัว
เจนซีในเอเชียแปซิฟิกจำนวน 87% รับหน้าที่เป็นหัวหน้าโปรเจกต์ท่องเที่ยวของครอบครัวในช่วงวันหยุด ตั้งแต่การเลือกโรงแรมที่มีกิจกรรมเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
หรือโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานที่จัดคอนเสิร์ต เฟสติวัล พื้นที่สาธารณะสำหรับออกกำลังกาย
เจนซีชอบการท่องเที่ยวที่ใช้ชีวิตเสมือนคนพื้นถิ่น อย่างแพลตฟอร์ม Xiaohongshu ที่เจนซีชาวจีนนิยมใช้เป็นแหล่งอ้างอิงสถานที่ท่องเที่ยว โดยจะเน้นเยี่ยมชมวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นในสถานที่ต่าง ๆ
ปักหมุดย่านโบราณสถาน โดยมีปลายทางยอดนิยมอยู่ในจีนและญี่ปุ่นเป็นหลัก
อีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ คือ ทักษะเข้าครัวเพื่อรังสรรค์เมนูง่าย ๆ แต่หน้าตาน่ารับประทานไม่แพ้เมนูจากภัตตาคารเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมในกลุ่มเจนซี ตั้งแต่การทำอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ไปจนถึงการออกแบบขนมขบเคี้ยวสูตรเฉพาะ ที่เน้นภาพลักษณ์สวยงาม ความสนุกในการทำและการรับประทานแบบไม่มีพิธีรีตอง
คอนเทนต์อาหารที่ได้รับความนิยมในปี 2026 ยังคงเป็นอาหารฟิวชันฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะอาหารไต้หวัน ที่ได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่น จีน และตะวันตก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
[ เจนซีกับการทำงานและอาชีพ ]
เมื่อไปดูเจนซีในฝั่งอินเดีย จีน และอินโดนีเซีย เจนซีจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาวะตกงาน ขณะที่เจนซีในญี่ปุ่นมีเพียง 21% ที่ยังคงยึดถือค่านิยมบริษัทเดียวจนเกษียณ
นอกจากนี้เริ่มบ่มเพาะทักษะใหม่ ๆ ด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ เพื่อทำงานในตำแหน่งพนักงานพาร์ตไทม์หรือพนักงานชั่วคราว
ในจีนและเกาหลีมีเจนซีช่วงอายุ 20 ตอนปลายกลับไปทำงานที่บ้านเกิด โดยทำอาชีพเกษตรกรหรือโฮสต์ท่องเที่ยววิถีชุมชน
เจนซีในเอเชียแปซิฟิก 93% วางแผนการเงินและวันลา เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมและงานอดิเรกที่ชื่นชอบ
เช่น ร่วมงานแฟนด้อมของศิลปินทั้งในและต่างประเทศ ชมงานแข่งขันกีฬาระดับลีก งานแฟนเกมและการแข่งขันเกมอีสปอร์ต งานเทศกาลแฟชั่น ศิลปะ และการออกแบบ
กิจกรรมเหล่านี้ได้กลายเป็นหลุมหลบภัยชั่วคราว เมื่อเจนซีต้องรับมือกับปัญหาด้านสังคมและความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ










